
ในปัจจุบันที่หลายแบรนด์ยังคงทุ่มงบประมาณไปกับการเอาชนะใจกลุ่มลูกค้าชาว Gen Z แต่รู้หรือไม่ว่าในอนาคตอันใกล้กำลังมีผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับกำลังซื้อและอิทธิพลที่น่าจับตามองที่สุด กลุ่มนั้นคือ “Gen Alpha”
หากคุณคิดว่าพวกเขายังเป็นแค่เด็กและยังไม่ถึงเวลาที่ต้องใส่ใจ ข้อมูลนี้อาจทำให้คุณต้องคิดใหม่ เพราะแบรนด์ที่เริ่มสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาตั้งแต่วันนี้ คือแบรนด์ที่จะอยู่รอดในอนาคต
เริ่มจากการทำความรู้จัก Gen Alpha กันก่อนดีกว่าครับ
‘Gen Alpha คือใคร? ทำไมนักการตลาดถึงต้องให้ความสนใจ?’
Gen Alpha (Generation Alpha) คือกลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปี 2024 ซึ่งหลายคนเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นและมีอายุประเดิมหลักสิบกันแล้ว พวกเขาไม่ใช่แค่เด็กรุ่นใหม่ธรรมดา แต่มีคุณลักษณะพิเศษที่หาจาก Gen อื่นได้ยาก เช่น
• Digital Natives ที่แท้ทรู: ถ้า Gen Z คือผู้ที่โตมาพร้อมกับ Smartphone แล้ว Gen Alpha ก็คือคนที่โตมาพร้อมกับ AI, iPad, Virtual Reality และผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Alexa หรือ Google Assistant ตั้งแต่ลืมตาดูโลกเลยก็ว่าได้
• มีอิทธิพลต่อกระเป๋าเงินพ่อแม่: จากผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า Gen Alpha มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของพ่อแม่ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาว Millennials หรือ Gen Y) สูงถึง 80% ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ ไปจนถึง Gadgets ในบ้าน
• Gen ใหม่ที่ใหญ่ที่สุด: คาดกันว่าภายในสิ้นปีนี้ Gen Alpha จะมีประชากรทั่วโลกรวมกันเกือบ 2,000 ล้านคน ซึ่งจะกลายเป็นกลุ่มประชากรที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้ Gen รุ่นก่อนหน้านี้เลย
3 พฤติกรรมเด่นของ Gen Alpha ที่ท้าทายนักการตลาด
การจะทำโฆษณาเข้าหา Gen Alpha คุณจะใช้มุกเดิมๆ แบบที่ใช้กับ Gen Y หรือ Gen Z ไม่ได้แล้ว เพราะพวกเขามีวิธีคิดและพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็น…
1. โลกเสมือน = โลกจริง (The Immersive Reality)
สำหรับ Gen Alpha แล้ว แพลตฟอร์มอย่าง Roblox, Minecraft หรือ Fortnite ไม่ใช่แค่เกมออนไลน์อย่างเดียว แต่เป็น “สังคม” ของพวกเขา พวกเขาคุ้นเคยกับการซื้อเสื้อผ้า จัดแต่งสกินให้ตัวละคร (Digital Skins) ที่ชื่นชอบหรือสร้างขึ้นมาเอง พอๆ กับการเลือกซื้อเสื้อผ้าในชีวิตจริง
2. AI คือเพื่อนสนิท (AI as a Companion)
ในขณะที่ผู้ใหญ่อย่างเราตื่นเต้นกับ AI แต่ Gen Alpha มองว่า AI คือเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน พวกเขาโตมากับการคุยกับ Siri ในระบบ Apple ถามคำถามกับแชทบอทต่างๆ และให้ AI แนะนำสิ่งที่พวกเขาสันนิษฐานว่าน่าจะสนใจ
3. ค้นหาข้อมูลด้วยภาพและเสียงมากกว่าตัวอักษร (Visual & Voice First)
Gen Alpha เป็นยุคที่โตมากับ YouTube Shorts, Reels, TikTok และคลิปวิดีโอสั้นต่างๆ พวกเขาไม่ชอบอ่านข้อความยาวๆ และมักจะใช้ระบบ Voice Search (สั่งงานด้วยเสียง) หรือ Visual Search (สแกนภาพ) ในการค้นหาสิ่งที่ต้องการ แทนการพิมพ์ลงบน Google
- Insight: เว็บไซต์และคอนเทนต์ของแบรนด์จึงต้องถูกปรับแต่งให้รองรับการค้นหาด้วยภาพและเสียง (SEO/AEO ยุคใหม่) มากขึ้น
แล้วแบรนด์ควรเริ่มสร้างสัมพันธ์กับกลุ่มคน Gen Alpha อย่างไรบ้างนะ?
หากอยากให้แบรนด์ของคุณครองใจและได้รักจาก Gen Alpha ในวันที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่ คุณต้องเริ่มวางรากฐานตั้งแต่วันนี้ ด้วย 3 กลยุทธ์นี้ครับ:
1. เริ่มก้าวเข้าสู่โลกของพวกเขา
ถ้าในอดีตแบรนด์ต้องเปิดหน้าร้าน หรือเปิดเพจบน Facebook แต่สำหรับ Gen Alpha พวกเขาได้ย้ายไปอยู่ในโลกเสมือน (Metaverse/Virtual Worlds) กันแล้ว
- แนวทางการปรับตัวของแบรนด์: แบรนด์ยุคใหม่ต้องเริ่มศึกษาและเข้าไปสร้างตัวตนในแพลตฟอร์มอย่าง Roblox, Minecraft หรือ Fortnite เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปสปอนเซอร์อีเวนต์ในเกม การสร้างไอเท็มดิจิทัล (Digital Merchandise) ที่สอดคล้องกับแบรนด์ หรือการเปิดแคมเปญให้เด็กๆ มาร่วมออกแบบสิ่งของในโลกเสมือน สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความคุ้นเคยและความผูกพันกับแบรนด์ได้ดีขึ้น
2. ใส่ใจเรื่องความจริงใจและคุณค่าทางสังคม (Authenticity & Purpose)
พวกเขาถูกปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อม ความหลากหลาย (Diversity) และความเท่าเทียมมาตั้งแต่โรงเรียน แบรนด์ที่ทำตลาดแบบหลอกลวงหรือมีส่วนร่วมในการทำลายโลก ก็จะถูกดีดออกจากความทรงจำของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
- แนวทางการปรับตัวของแบรนด์: การปรับตัวที่สำคัญที่สุดคือ “ทัศนคติของแบรนด์” คอนเทนต์ที่สื่อสารออกไปต้องเน้นความจริงใจ (Authenticity) รวมถึงการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือกระบวนการผลิตที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะค่านิยมเหล่านี้คือสิ่งที่ Gen Alpha และเหล่าพ่อแม่ใช้เลือกแบรนด์
3. ระบบหลังบ้านต้องรองรับการค้นหาแบบ Voice & AI Search (AEO)
พฤติกรรมการค้นหาของ Gen Alpha เปลี่ยนไป จากเดิมที่เราหาข้อมูลผ่าน Google แต่สำหรับ Gen Alpha พวกเขาคุ้นเคยกับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Smart Devices และการถามคำถามกับ AI มากกว่าการพิมพ์ข้อความที่ต้องการค้นหาลงใน Google Search Engine แบบเดิมๆ
- แนวทางการปรับตัวของแบรนด์: แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์ SEO ไปสู่ยุค AEO (Answer Engine Optimization) ด้วยการปรับโครงสร้างข้อมูลบนเว็บไซต์ให้ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ใช้ภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น เพื่อให้ AI สามารถดึงข้อมูลของแบรนด์ไปตอบได้ทันทีเมื่อ Gen Alpha สั่งงานด้วยเสียง
บทสรุป: อนาคตเริ่มต้นขึ้นแล้ว
การตลาดแบบใหม่ในยุค Gen Alpha ไม่ใช่เรื่องไกลโพ้นจนเรายังไม่ต้องให้ความสนใจ แต่เป็นเรื่องของ “ตอนนี้” แล้วครับ แบรนด์ที่เข้าใจพฤติกรรมได้อย่างลึกซึ้งและเข้าหาได้ก่อนแบรนด์อื่น ก็จะสามารถเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภครุ่นใหม่ได้เร็วกว่า เพราะการเปลี่ยนผ่านเจเนอเรชันครั้งนี้คือโอกาสใหญ่ครั้งใหม่ที่แบรนด์ต้องรับมือ ถ้ายังอยากให้แบรนด์ของเราเติบโตในตลาดต่อไป
หากคุณไม่อยากพลาดอัปเดตเทรนด์การตลาดออนไลน์และเทคนิคการปั้นช่องให้ปัง สามารถติดตามบทความดีๆ จาก Clisk ได้ที่ https://www.clisk.co.th/blog หรือหากต้องการผู้ช่วยดูแลการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร https://www.clisk.co.th/contact เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ทันที