
เชื่อว่าเหล่านักการตลาดและครีเอเตอร์ ต่างต้องเห็นตรงกันว่า การใช้ VDO Content ได้ผลดีแค่ไหนในปีที่ผ่านมา และปีนี้จะเป็นปีแห่ง VDO Content อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ในโลกออนไลน์ ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและท้าทายมากขึ้นในปัจจุบัน การเลือกทำ VDO Content อาจจะกลายเป็นตัวฉุดแบรนด์ของคุณ มากกว่าจะช่วยดันให้ดีขึ้น ถ้าขาดการวางแผนที่ดี
วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลน่าสนใจ ที่จะช่วยให้การทำ VDO Content ของคุณตามทันเทรนด์ และตรงเป้าเข้าถึงความต้องการแบบอยู่หมัด
สถิติที่น่าสนใจในปี 2025 ที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก Wistia ที่เป็น Video Marketing Platform ชั้นนำ ได้ทำ State of Video Report 2025 รวบรวมผลสำรวจของมืออาชีพจากหลายอุตสาหกรรมมากกว่า 1,300 คน โดยมี 3 สถิติน่าสนใจ ที่จะช่วยเป็นแนวทางในการทำคอนเทนต์ VDO ได้อย่างแน่นอน
- วิดีโอยิ่งสั้น ยิ่งได้รับ Engagement ที่ดี (จากสถิติ วิดีโอที่มีความยาวน้อยกว่า 1 นาที ทำ Engagement ได้ดีกว่าถึง 50%)
- วิดีโอยิ่งยาว ก็จะยิ่งสร้าง Conversion ได้ดีกว่า (จากสถิติ วิดีโอที่มีความยาว 30-60 นาที ทำ Conversion ได้ดีกว่าถึง 17%)
- ประเภทวิดีโอที่ถูกสร้างมากที่สุดคือ Educational Videos, Product Videos และ Social Media Videos
Top 3 แพลตฟอร์มคลิปสั้นยอดนิยม
ได้แก่
1. TikTok
2. Instagram Reels
3. YouTube Shorts
แม้จะได้รับความความนิยมอันดับใกล้เคียงกัน แต่พฤติกรรมเฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม (Platform-Specific Content) นั้นแต่กต่างกันโดยสิ้นเชิง
- TikTok: เน้นความบันเทิง ความคิดสร้างสรรค์แบบเรียลๆ และเป็นกันเอง
- Instagram Reels: เน้นความสวยงาม สไตล์ และไลฟ์สไตล์ที่ดูดี (Aesthetic)
- YouTube Shorts: เหมาะสำหรับคอนเทนต์ให้ความรู้ (How-to) หรือการสรุปเนื้อหาหลักอย่างรวดเร็ว
ฉะนั้นการโพสต์คอนเทนต์แบบเดียวกันในทุกแพลตฟอร์มจึงอาจจะใช้ไม่ได้กับยุคนี้อีกต่อไป แต่ควรทำความเข้าใจและปรับการนำเสนอ ให้เข้ากับรูปแบบและกลุ่มผู้ใช้แต่ละแพลตฟอร์มเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อย่างเช่น ทำวิดีโอสั้น ๆ บน Instagram และ TikTok ส่วนวิดีโอเล่าเรื่องยาว ให้ทำบน YouTube เป็นต้น
Social Search Content
ปัจจุบันมีการใช้ TikTok, Instagram และ YouTube ในการค้นหาข้อมูลมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ผู้คนตอนนี้ข้ามการเสิร์ชบน Google ไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าการใช้แพลตฟร์มวิดีโอ ผู้คนไม่ได้ค้นหาแค่ความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังมองหาคอนเทนต์ที่ช่วยประกอบการตัดสินใจ อีกทั้งการเลือกรับข้อมูลผ่านคอนเทนต์แบบคลิป ยังมีข้อดีคือช่วยให้มองเห็นภาพชัดเจน และมักย่อยข้อมูลมาให้แล้ว เช่น คลิปวิธีการใช้งาน การสาธิตต่างๆ และคลิปรีวิว เป็นต้น
นั่นหมายความว่า ในการทำคอนเทนต์ ทางแบรนด์และครีเอเตอร์จะต้องคิดถึงการใช้คำที่เอื้อต่อการถูกค้นหา และเพิ่มประสิทธิภาพ Social Engine Optimization และ Answer Engine Optimization มากขึ้นด้วย
Reali-TEA ผู้คนมองหาคอนเทนต์ที่มีความเรียลมากขึ้น
คนเริ่มเบื่อกันแล้วกับคอนเทนต์คลิปแบบจัดฉาก จัดแสง คุมโทนเนี้ยบ ใช้นายแบบมาถือสินค้าสวยๆ พวกเขามองหาแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์แบบ “เพื่อน” ที่ดูเข้าถึงง่ายมากกว่า
บวกกับกระแส “Anti-AI” ลูกค้าเริ่มเบื่อคอนเทนต์จาก AI ที่มีอยู่เกลื่อนแพลตฟอร์มจนรู้สึกเอียน อีกทั้งผู้คนยังมองว่า AI ขาดความเป็นธรรมชาติ และไม่มีความเป็นมนุษย์ จากการศึกษาของ Edelman พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกเพียง 44% เท่านั้นที่รู้สึก “สบายใจ” หากแบรนด์ต่าง ๆ จะนำ AI มาใช้กับธุรกิจ
จากกระแสทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่บอกได้ชัดว่าในปีนี้ คนจะหันมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงมากขึ้น โดยเทรนด์ที่มาแรงก็คือ การหันมาแชร์เรื่องเรียล ๆ แทน เช่น บ่นเรื่องงานแสนน่าเบื่อ, เล่าเรื่องความวุ่นวายในชีวิต, แชร์ประสบการณ์ที่เคยทำพลาด เป็นต้น
แล้วเราจะปรับตัวให้ทันตามเทรนด์นี้ได้อย่างไร ?
- เน้นการสร้างแบรนด์ให้ดูเป็นมนุษย์ มากกว่า AI โดยสิ่งสำคัญคือ การแชร์เรื่องจริง ที่จะทำให้คนดูรู้สึกมีอารมณ์ร่วม เช่น การใช้เรื่องราวจากผู้ใช้จริง, แชร์เบื้องหลังกว่าจะทำแบรนด์ได้สำเร็จ, พาทัวร์ขั้นตอนการผลิต เป็นต้น
- มนุษย์และ AI ควรทำงานร่วมกัน ให้ใช้ AI เป็นเครื่องมือ โดยให้มนุษย์เป็นผู้ขัดเกลา แบรนด์ควรใช้ AI เป็นตัวช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานบางอย่าง โดยควรนำผลลัพธ์ที่ได้จาก AI เหล่านั้นมาตรวจสอบและเพิ่มเติมความสร้างสรรค์โดยครีเอเตอร์ ให้ยังรักษาโทนเสียง อารมณ์ และความเป็นมนุษย์ไว้อยู่
- กล้าที่จะไม่สมบูรณ์แบบ อย่ากลัวแบรนด์จะเสียลุค แล้วกล้าลองเปิดเผยมุมเรียลๆ ของแบรนด์บ้าง เช่น การโชว์เบื้องหลังที่ดูวุ่นวาย พนักงานหลุดขำบ้าง เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าและรู้สึกไว้ใจว่าแบรนด์แนะนำสินค้าโดยมนุษย์จริงๆ
Long-form Content
ถึงแม้ตอนนี้จะมองไปที่แพลตฟอร์มไหน ก็จะเจอแต่คลิปสั้น (Short-form Content) ที่ได้รับความนิยมสูงสุดแบบไม่ต้องสงสัย แต่ในขณะเดียวกันคลิปแบบยาว (Long-form Content) ก็ดูจะค่อยๆ นิยมตีคู่ขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างน่าสนใจ
ทำไมคนเริ่มเสพ Long-form VDO Content มากขึ้น?
- คลิปสั้นทำสมาธิสั้นตาม หลังจากไถฟีดดูคลิปสั้นเป็นเวลานาน ผู้คนเริ่มรู้สึกมีอาการสมาธิสั้น โฟกัสอะไรนานๆ ไม่ได้ ทำให้ผู้คนเริ่มหันกลับมาดูคอนเทนต์ยาวๆ บ้าง เพื่อบาลานซ์การใช้โซเชียล ให้มีสมาธิจดจ่อกับเนื้อหาเดียวได้นานยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่คลิปสั้นที่มีผ่านหน้าจอไปเร็วๆ
- จากเรื่อง Social Search Content ที่พูดถึงก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับการที่ผู้คนเริ่มหาข้อมูลจากการดูและฟังคลิปมากขึ้น นั้นแสดงให้เห็นอีกด้วยว่า ผู้ชมรู้สึกพอใจที่จะชมคลิปยาวๆ หากคลิปนั้นมีเนื้อหามีข้อมูลเชิงลึก อธิบายแจกแจงรายละเอียดข้อมูลที่ต้องชัดเจน มากกว่าการดูคลิปสั้นๆ ที่ตัดย่อยเนื้อหามาให้เหลือแค่ข้อมูลแบบผิวเผิน
- นอกจากนี้ สถิติจาก “Digital Marketing Trends Report 2026” โดย Content Shifu แสดงให้เห็นว่า “นักการตลาด วางแผนที่จะทำคลิปแบบยาว Long-form VDO ในการทำการตลาดมากที่สุดในปี 2026 (88.3%)” เห็นได้เลยว่า คลิปแบบยาว (Long-form Content) จะเป็นอีกทางเลือกการทำคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในปี 2026
เชื่อว่าหากเลือกนำมาใช้ได้ถูกบริบท คาดว่า Long-form VDO Content จะเป็นอีกฮีโร่คอนเทนต์ของคุณในปีนี้ได้อย่างแน่นอน
ตั้งแต่ปี 2025 จนถึง 2026 ถึงแม้ว่าการใช้คอนเทนต์ VDO จะช่วยสร้างผลลัทธ์ที่น่าพอใจ แต่เราต่างรู้ดีว่าเทรนด์การตลาดในยุคนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วแค่ไหน และมีการแข่งขันที่ดุเดือดเพียงใด Clisk thailand พร้อมเป็นอีกหนึ่งเพื่อนร่วมทีม ที่จะช่วยผลักดันแบรด์ของคุณ ให้ไปถึงเป้าหมาย ด้วยทีมงานมากประสบการณ์ ติดต่อเราวันนี้เพื่อเริ่มต้นสร้างแคมเปญที่ประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน!